สโมสรบุคลากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รำลึกอดีต มองปัจจุบัน
ร่วมสร้างสรรค์สู่อนาคต
 
ผศ. สุชาติ วงศ์สุวานิช
กรรมการสโมสรชุดชั่วคราว
ประธานฝ่ายธรรมศาสตร์เพื่อสังคม
กรรมการสโมสรชุดที่ 1
รำลึกอดีต...
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีประวัติศาสตร์มายาวนานถึง 75 ปี ย่อมมีเรื่องราวให้รำลึกถึงมากมาย แต่เมื่อถามถึงสโมสรบุคลากรกลับหาคำตอบได้ยากยิ่งจนน่าใจหาย จากการสอบถามจากบุคลากรที่เคยทำงานอยู่ท่าพระจันทร์ พบเพียงว่าเคยมีการจัดตั้งสโมสรบุคลากรมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาก่อน มีการจัดพื้นที่บริเวณชั้นสองของโรงอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา ติดคณะเศรษฐศาสตร์ที่ท่าพระจันทร์ ให้เป็นพื้นที่พบปะ สังสรรค์ระหว่างบุคลากรชาวเหลืองแดง โดยมีห้องอาหารของสโมสร ที่ชาวธรรมศาสตร์ใช้เป็นที่ทานอาหารและรับรองแขก มีโต๊ะสนุกเกอร์ และบริการอื่น ๆ แต่...สโมสร ไม่อาจหยุดยั้งสัจธรรมที่ว่าทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา การเปลี่ยนแปลงสำหรับสโมสรบุคลากรเป็นไปในทิศแบบถดถอย อาจเพราะสภาพเงื่อนไขการรวมตัวกันเปลี่ยนไป หรืออาจเพราะการก่อตั้งศูนย์รังสิต ที่ทำให้บุคลากรบางส่วนต้องเปลี่ยนวงจรชีวิต จำนวนผู้ใช้บริการของสโมสรเริ่มน้อยลงเป็นลำดับ สถานการณ์ยิ่งแย่ลงเมื่อบุคลากรในยุคแรก ๆ ทยอยเกษียณอายุราชการ จนสโมสรต้องปิดตัวลงในที่สุด ไม่มีข้อมูลว่าสโมสรที่ท่าพระจันทร์ปิดตัวลงเมื่อใด และเป็นที่น่าเสียดายที่ขาดเอกสารอ้างอิงใด ๆ พอให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับสโมสร ทำให้ความทรงจำเกี่ยวกับสโมสรฯ เลือนลางยิ่ง
 
มองปัจจุบัน...
หลังสโมสรฯ ที่ท่าพระจันทร์ปิดตัวลง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขาดพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยให้ชาวเหลืองแดงใช้ในการพบปะสังสรรค์และรับรองแขก ทำให้การเสวนาของชาวธรรมศาสตร์ถดถอยลงเป็นลำดับ โดยเฉพาะที่ศูนย์รังสิต ที่ไม่เคยมีพื้นที่เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว นับตั้งแต่มีการก่อตั้งในปี 2529 ชาวเหลืองแดงที่นี่จึงมีโครงสร้างทางสังคมในรูปสังคมเดี่ยวและแปลกแยก ที่แม้จะเห็นหน้ากันเป็นประจำ แต่ไม่รู้จักกัน ทำให้เป็นชุมชนที่ขาดแก่นแกน มีเพียงกิจกรรมย่อยเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ในบางโอกาส เนื่องจากขาดผู้ริเริ่มและการประสานความร่วมมือกันเยี่ยงชุมชน รวมทั้งไม่มีสถานที่รองรับที่เหมาะสม
 
ประมาณต้นปี พ.ศ. 2549 รศ.ศิริพร รองอธิการบดีบริหารศูนย์รังสิต ได้เชิญผู้แทนบุคลากรหลายฝ่ายเข้า ร่วมประชุม และได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีในขณะนั้น ต้องการให้มี   การรื้อฟื้นสโมสรบุคลากร มธ. ขึ้นที่รังสิต เพื่อให้สามารถเทียบเคียงกับมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่อื่น ๆ ที่มีสโมสรโอ่โถงถาวรเป็นที่น่าภาคภูมิ ในการประชุมมีการอภิปรายเสนอความเห็นและแนวทางหลายประการ แต่ไม่สามารถสรุปประเด็นเรื่องสถานที่ที่เหมาะสมได้ โดยมีข้อเสนอให้ใช้พื้นที่ชั้น 1 อาคารโดมบริหาร แต่ฝ่ายดูแลอาคารมีแผนการใช้พื้นที่อยู่ก่อนแล้ว หลังการประชุมเรื่องเงียบหายไปจากการรับรู้ของผู้มีส่วนร่วมในการประชุมในคราวนั้น อย่างไรก็ตาม เกิดการตื่นตัวและพูดคุยกันในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะบุคลากร มธ. รุ้สึกถึงการขาดสถานภาพ โดยเฉพาะขาดสถานที่ในการพบปะสังสรรค์กันอย่างเหมาะสม
 
ปลายปี 2550 ขณะที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อยู่ระหว่างการเตรียมการเป็นเจ้าภาพกีฬามหาวิทยาลัยโลก มีการสร้างอาคารขึ้นหลายหลัง รวมทั้งอาคาร Accreditation Center ซึ่งเป็นอาคารสองชั้นที่ใช้รองรับการลง ทะเบียนของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ประจำทีม รองฯศิริพรได้จัดการประชุมขึ้นอีกครั้ง เพื่อระดมความเห็นเกี่ยวกับการจัดตั้งสโมสรบุคลากร มธ.ที่รังสิต ในการประชุมครั้งนี้มีการอภิปรายกันหลายประเด็น เช่น ชื่อสโมสร สถานที่ทำการของสโมสร และระเบียบสโมสร เป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนกำหนดให้มีการประชุม มีการตัดสินใจในเรื่องที่ถกเถียงกันก่อนการประชุมแล้ว กล่าวคือ มีการก่อสร้างอาคารชั้นเดียว ในพื้นที่อินเตอร์โซนติดกับโรงอาหาร ‘ ทิวสนโดม’ ใกล้หอพัก โซน A ระหว่างการดำเนินการรองรับกีฬามหาวิทยาลัยโลก มีการกำหนดชื่ออาคารว่า ‘ธรรมศาสตร์สโมสร’ และมีการเขียนป้ายชื่อไว้แล้ว ในการประชุมในคราวนั้นมีการอภิปรายชี้นำให้ใช้ชื่อ และสถานที่ดังกล่าว แม้มีเสียงคัดค้านในเรื่องความ เหมาะสมของสถานที่ และมีผู้เสนอให้ใช้อาคาร Accreditation Center หรืออาคารอินเตอร์โซน เป็นสถานที่ทำการ เนื่องจากมีความเหมาะสมกว่าในทุก ๆ ด้าน แต่ได้รับการปฏิเสธว่ามีการตัดสินใจใช้อาคารทั้งสองเพื่อประโยชน์อื่นไว้แล้วเช่นกันและไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ อย่างไรก็ตาม มีการประชุมครั้งที่ 3 เพื่อยก ร่างระเบียบสโมสรบุคลากรมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฉบับแรกขึ้น และระเบียบฉบับนี้ถูกประกาศใช้เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2551
 
จากนั้น ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดี ได้ออกคำสั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ 869/2551 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2551 แต่งตั้งคณะกรรมการสโมสรฯ ชุดชั่วคราว จำนวน 14 คน โดยมีวัตถุประสงค์หลักหลายประการ ได้แก่ การเปิดรับสมาชิก และจัดให้มีการเลือกตั้งนายกสโมสร ตามระเบียบสโมสร ภายในเวลา 1 ปี โดยมี รศ.ดร.กมล บุษบา เป็นนายกสโมสรชุดชั่วคราว
 
กรรมการชุดดังกล่าวเริ่มดำเนินการในเดือนมิถุนายน 2551 โดยจัดประชุมครั้งแรกที่ “ธรรมศาสตร์สโมสร” มีการกำหนดภารกิจ และกิจกรรมที่จะดึงดูดใจให้มีการสมัครเป็นสมาชิก เช่น กิจกรรม ทัวร์สุขภาพและการเรียนภาษาอังกฤษในราคาพิเศษ และกำหนดให้มีการแจกเสื้อสโมสร (โปโล) ให้กับผู้สมัครสมาชิก ฟรี!! แต่เนื่องจากไม่มีงบประมาณในการดำเนินการ คณะกรรมการฯ จึงขอให้มหาวิทยาลัยสนับสนุนงบประมาณ ซึ่งได้รับแจ้งว่าจะได้รับเงินสนับสนุนจำนวนสองแสนบาท คณะกรรมการมอบให้อาจารย์อภินันท์ ซึ่งเป็น กรรมการท่านหนึ่งจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เป็นผู้ออกแบบตราสัญญลักษณ์ของสโมสร และแบบเสื้อ ซึ่งเสร็จสิ้นปลายปี 2551
 
จากการประชุมในขั้นต้น คณะกรรมการฯกำหนดค่าสมัครสมาชิกรายปี ปีละ 350 บาท และตลอดชีพ 1,000 บาท ตามข้อกำหนดในระเบียบของสโมสร แต่ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ต้องการให้สมัครฟรี หรือลดค่าสมัครให้ต่ำที่สุด เพื่อจูงใจให้มีผู้สมัครจำนวนมาก หลังปรึกษาหารือ คณะกรรมการฯ เห็นว่าควรเก็บค่าสมาชิกรายปีในการสมัครสัปดาห์แรก (19-23 มกราคม 2552) เป็นเงิน 150 บาท เพื่อใช้เป็นงบประมาณในการดำเนินกิจกรรมของสโมสร ในส่วนที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย จากนั้นคณะกรรมการได้ปรับค่าสมัครเป็น 350 บาท
 
เมื่อได้สมาชิกแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือการจัดให้มีการเลือกตั้งนายกสโมสรคนแรก แต่คณะกรรมการฯ ไม่สามารถกำหนดเวลาที่เหมาะสมได้ เพราะต้องการแจกเสื้อในวันลงคะแนนเลือกตั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีสมาชิกมาใช้สิทธิจำนวนมาก แต่แบบเสื้อที่อาจารย์อภินันท์ออกแบบเป็นลายผ้าแบบพิเศษ และกลายเป็นอุปสรรคทำให้หาผู้รับงานได้ยาก เนื่องจากเป็นลายทแยงที่ไม่มีผ้าในท้องตลาดจึงต้องสั่งทอขึ้นใหม่ และตัดเย็บตามแบบได้ยาก ปัญหานี้มีแนวโน้มจะยุติลงในเดือน กุมภาพันธ์ 2551 เมื่อสามารถหาผู้รับงานได้ แต่ถูกปฏิเสธในที่สุด มีผลให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ และไม่มีการประชุมตลอดภาคเรียนฤดูร้อน (มีนาคม-พฤษภาคม 2551) จนวาระของกรรมการชุดดังกล่าวสิ้นสุดลง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้สมาชิกสอบถามกรรมการฯ และผู้เกี่ยวข้องด้วยความเคลือบแคลง สร้างความอึดอัดใจให้กับกรรมการฯ เป็นอย่างยิ่ง
 
ในเดือนพฤษภาคม 2552 มีการติดตามสอบถามความคืบหน้าจากสำนักงานอธิการบดี จนกระทั่งถึงวันที่ 29 มิถุนายน 2552 ศ.ดร.สุรพล ได้มีคำสั่งฯ ที่ 1080/2552 เรื่อง ขยายวาระการดำเนินงานของกรรมการสโมสรฯ ชุดชั่วคราวออกไปอีก 6 เดือน เพื่อดำเนินการก่อตั้งสโมสรให้เสร็จสิ้น โดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ 23 พฤษภาคม 2552 และหมดวาระในเดือนพฤศจิกายน 2552 ในขณะนั้นมีผู้สมัครสมาชิกเพิ่มเติมจนได้ สมาชิกถึง 511 คน
 
คณะกรรมการชุดเดิมซึ่งเหลือผู้มีส่วนร่วมอยู่ไม่กี่ท่าน จึงเริ่มวางแผนการรับสมัครและเสนอชื่อผู้สมควรเป็นนายกสโมสร ในช่วงเดือนกันยายน 2552 ผลคือ ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง และมีสมาชิกผู้ได้รับการเสนอชื่อ จำนวน 4 ท่าน แต่มีผู้ตอบรับการทาบทามเพียงท่านเดียวคือ รศ.ดร. กำชัย จงจักรพันธ์ สมาชิกเลขที่ 457 อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ และอดีตรองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา ทำให้ในวันเลือกตั้ง (28 กันยายน 2552) กลายเป็นการใช้สิทธิของสมาชิกเพื่อรับรองหรือไม่รับรองให้ รศ.ดร. กำชัย จงจักรพันธ์ เป็นนายกสโมสรฯ คนแรก ผลคือ รศ.ดร. กำชัย จงจักรพันธ์ ได้รับการรับรองจากสมาชิก และอธิการบดีได้ออกประกาศ ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2552 รับรองผล และธรรมศาสตร์สโมสรภายใต้การนำของนายกธรรมศาสตร์สโมสรคนแรก ก็เริ่มดำเนินการนับจากวันนั้น
 
ร่วมสร้างสรรค์สู่อนาคต...
ด้วยวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันของประชาคมที่รังสิต และการมีส่วนร่วมของสมาชิกในภารกิจต่าง ๆ ดังตัวอย่างคณะกรรมการชุดชั่วคราวที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่กรรมการสโมสรชุดที่ 1 จะเปลี่ยนรูปแบบความสัมพันธ์ที่ดำรงอยู่ให้เป็นชุมชนที่แท้จริง ยิ่งมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ สถานที่ เวลา ยิ่งทำให้ภารกิจของกรรมการฯยากยิ่งขึ้น หากขาดการมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งจากสมาชิก
 
ผมเห็นโอกาสและให้ความสำคัญกับการมีสโมสรบุคลากร และถามตัวเองเมื่อทำหน้าที่กรรมการชุดชั่วคราวว่า ‘ผมจะทำอะไรให้สโมสรได้บ้าง’ เพราะผมเชื่อและฝันเสมอมาว่าจะเห็นประชาคมธรรมศาสตร์มีความเป็นกัลยาณมิตร ที่รู้จัก ทักทาย มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อต่อกัน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกันและกัน มีความสุขกับการเป็นผู้ให้และพึงพอใจที่ได้เห็นคนในประชาคมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผมจึงเสนอตัวเป็นวิทยากรอบรมภาษาอังกฤษให้กับสมาชิกในราคาพิเศษ โดยไม่คิดค่าตอบแทน
 
การตอบรับการทาบทามจนได้รับการรับรองให้เป็นนายกสโมสรบุคลากรมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ของอาจารย์กำชัย และกรรมการท่านอื่น ๆ ถือเป็นการแสดงความรักในประชาคมธรรมศาสตร์ และเป็นการเสียสละอย่างยิ่ง ผมจึงไม่เสียเวลาคิดในการตอบรับเป็นกรรมการสโมสรชุดที่ 1 เมื่อได้รับการทาบทาม เพราะผมต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประชาคมธรรมศาสตร์ผ่านกิจกรรมและกระบวนการของสโมสร อันเป็นหนทางเดียวที่ผมจะพิสูจน์ความเชื่อและสานความฝันของผมให้เป็นจริงได้
 
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ เพียงลำพังไม่อาจทำให้สโมสรมีโครงสร้าง และจัดกิจกรรมตรงใจสมาชิกและประชาคมได้ ผมจึงขอเรียนเชิญและเรียกร้องให้เพื่อนสมาชิก และชาวธรรมศาสตร์ทุกท่านมีส่วนร่วมสร้างสโมสรบุคลากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เป็นของชาวเหลืองแดง โดยชาวเหลืองแดง และเพื่อพวกเราชาวเหลืองแดงอย่างแท้จริง
 
ก้าวแรก... เริ่มขึ้นแล้ว เรามาจับมือ ร่วมสร้างประชาคมที่เราอยากเห็นด้วยกัน วันนี้...ธรรมศาสตร์ ต้องการการเปลี่ยนแปลง แม้หนทางยังยาวไกล แต่ไม่ไกลเกินไปสำหรับพวกเราชาว ‘ธรรมศาสตร์’
 
บันทึกรายงานการส่งมอบงานของคณะกรรมการสโมสร (ชุดชั่วคราว)
 
              ตามที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสโมสรบุคลากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ชุดชั่วคราว) เพื่อให้มีหน้าที่หลัก ในการเปิดรับสมาชิกสโมสร และดำเนินการเลือกตั้งกรรมการสโมสร บัดนี้ภารกิจดังกล่าวได้แล้วเสร็จ ข้าพเจ้าในนามของคณะกรรมการสโมสรชุดแรก ขอรายงานผลการดำเนินงานและฐานะการเงิน ดังนี้
   
1. โครงการที่ดำเนินแล้ว
 
(1) โครงการเปิดตัวธรรมศาสตร์สโมสร และการดำเนินการเลือกตั้งนายกสโมสร
(2) โครงการ การพัฒนาศักยภาพในการใช้ภาษาอังกฤษ
(3) โครงการ จำหน่ายข้าวสารราคาถูก
   
2. โครงการที่ยังไม่ได้ดำเนินการ เนื่องจากมีผู้สนใจเข้าร่วมน้อย หรือตั้งงบประมาณไว้สูงกว่างบประมาณที่ได้รับ การจัดสรรจากมหาวิทยาลัย
 
(1) โครงการ เต้นรำลีลาศเพื่อสุขภาพ
(2) โครงการ ทัวร์สุขภาพ
(3) โครงการ ปวดเมื่อย....โครงว่าป้องกันไม่ได้
(4) โครงการ วัฒนธรรม(ศาสตร์)สัญจร
(5) โครงการ พัฒนาห้องดนตรีและสันทนาการ
   
3. สมาชิกกิติมศักดิ์ จำนวน 20 คน
4. สมาชิกสามัญ จำนวน 553 คน (ไม่รวมคณะกรรมการสโมสรชุดแรก)
5. ฐานะการเงิน
 
รายได้    
(1) เงินบริจาคจากสมาชิกกิติมศักดิ์ 33,000 บาท
(2) รายได้จากโครงการพัฒนาศักยภาพในการใช้ภาษาอังกฤษ 4,500 บาท
(3) ค่าบำรุงสโมสรจาก รายละ 150 บาท 436 คน รวมเป็เนงิน
(มีสมาชิกกิตติมศักดิ์ 2 ท่าน และกรรมการสโมสรชุดแรก 1 ท่าน สมัครสมาชิกสามัญด้วย)
65,400 บาท
(4) ค่าบำรุงสโมสรจาก รายละ 350 บาท 120 คน รวมเป็นเงิน 42,000 บาท
  รวม 144,900 บาท
 
รายจ่าย    
(1) ค่าสนับสนุน (บางส่วน) การจัดทำเสื้อยืดสโมสร (650 ตัว ๆ ละ 150 บาท) 97,500 บาท
  เงินคงเหลือ 47,400 บาท
     
หมายเหตุ : เงินในบัญชี (ในนาม นายกมล บุษบา และนางสาวปริญญา แร่ทอง) มีจำนวน 47,612 บาท
       
  จึงเรียนมาเพื่อทราบ    
 

 

(รองศาสตราจารย์ ดร. กมล บุษบา)
นายกสโมสรบุคลากรมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ชุดแรก)